จัมเหรียบซรัวครับทุกๆคน วันนี้บักสนก็กลับมาอยู่ กทม เรียบร้อยแล้วหลังจากที่เดินทางกลับบ้านที่ศรีสะเกษเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งบักสนก็ได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลายๆอย่างที่นั่นครับ ทำเอาเซอร์ไพรส์มากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด หรือกิจการอื่นๆอีกมากมาย

กลับไปบ้านครั้งนี้บักสนมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนสมัยไฮสกูลครับ (เรียกดูไฮโซเนอะ 55) นั่นก็คือโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัยนั่นเอง  บักสนขนหนังสือไปบริจาคครับ เป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคมาอีกทีจากรุ่นพี่ที่จุฬาฯ  และบักสนก็ได้ไปพบท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของโรงเรียน  อาจารย์นิยม รอดเนียม

อาจารย์นิยม ท่านเป็นอาจารย์ที่มุ่งสอนในเรื่องความสมถะและความพอเพียง  (เป็นรุ่นพี่จุฬาฯเช่นเดียวกันนะคับ เอิ้กๆ) นอกจากจะทำงานด้านฝ่ายวิชาการแล้ว ท่านยังมีความสามารถในการเขียนบทความอีกด้วย ไปครั้งนี้ผมก็ได้อ่านบทวความที่ท่านเขียนเกี่ยวกับการศึกษาที่ท่านได้สังเกตเห็นในรอบรั้วโรงเรียนของท่านเอง

ผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่าโดนใจมาก เลยอยากจะนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านและได้ลองคิดตามกันนะครับ
บทความที่ว่านี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารสายสัมพันธ์ของโรงเรียน ชื่อบทความก็คือ

"การศึกษา : คิดไม่ได้ หรือไม่ได้คิด"

------------------------------###############-------------------------

ทุกวันนี้ดูเหมือนว่า...
นักเรียนเรียนหนังสือไม่พอ...ในโรงเรียน
เรียนปกติ...ก็เหนื่อยแล้ว
ยังไปพากันเรียนเพิ่มเติมอีก...สุดๆ
ดูขยันขันแข็ง...แกร่งในความรู้

ใครจะสู้นักเรียนไทยได้...ขยันเรียน
ในโรงเรียน เรียนเจ็ดชั่วโมง  เย็นอีกสามชั่วโมง
มันมีอะไร?...เรียนกันมากมายขนาดนั้น???



ตอนเย็นก็เรียน...เสาร์ อาทิตย์...ก็เรียน
แล้วนักเรียน เอาเวลาไหนทำการบ้าน?
ทบทวนวิชาที่เรียนมาแล้ว  ทำิ้ชิ้นงาน ส่งครู ตอนไหน? เวลาไหน?

ก็เวลาเรียนปกตินี่แหล่ะ...เวลาทำงานส่งครู
ตื่นเช้าเข้าเรียนในชั่วโมงเรียน  เย็นยังไป (เรียน) ตามตึก
กลับบ้าน..พักผ่อน
เสาร์ อาทิตย์ ยังออกมา(เรียน) ตามตึก


สมองของเธอ...ต้องทำหน้าที่จำ
มากกว่า...เอาไว้คิด
ไม่รู้จะเอาเวลาไหน...ไปคิด
เพราะต้องจำ...ส่วนใหญ่เรียนจำ
ห้องเรียน ตึกแถว  มีแต่...แนวจำ
เวลาพูดคุยกับเพื่อน...ตอนไหน??

ในห้องเรียน...?

เวลาพักผ่อน...ตอนไหน??

ในห้องเรียนปกติ...หรือเปล่า?

แล้วเวลาทำงานส่งครูตอนไหน??
ก็...ในห้องเรียน...ทั้งงานวิชาอื่น...ก็ในห้องเรียน
เวลาพักผ่อนต้องเอาไปเรียน
เวลาเรียน...ก็เลยต้องใช้พักผ่อน
นักเรียนหลายคน...คิดไม่ได้
และอีกหลายคน...ไม่ได้คิด
เพราะต้องรีบไปเรียน เย็นๆ เสาร์ อาทิตย์
แล้วเวลาที่อยู่บ้านกับครอบครัว ตอนไหน?


หลังจบมหาวิทยาลัยแล้วกระมัง...
จึงจะมีเวลา...คิด
คิดว่าที่ผ่านมา...คิดถูกหรือคิดผิด
แล้วใคร...เป็นคนคิด
พ่อแม่....หรือเธอ?...

-------------------################-------------

อ่านแล้วผมชอบมากตรงที่ว่า สมองของเธอต้องทำหน้าที่จำมากกว่าเอาไว้คิด
มันจี๊ดจริงๆครับ  ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนแอนตี้การเรียนพิเศษนะครับ (เพราะผมก็เป็นติวเตอร์เหมือนกัน ฮ่าๆ)
แต่บางครั้งผมว่าัมันก็เกินไปเหมือนกันสำหรับการเรียนที่มากไป น้องบางคนอยู่แค่ ป. 3
ตารางเรียนแน่นเอี๊ยดดด  ไม่รู้ว่าน้องรู้จักคำว่า "เล่น" บ้างหรือเปล่า

บางคนที่เคยสอนเป็นเอามาก อยู่ ม. 1 มีหน้าที่เรียนๆๆ อย่างเดียว
แต่นั่นยังไ่ม่น่าตกใจเท่าที่ว่า เด็กคนนี้ "อาบน้ำเองไม่เป็น" พ่อแม่จัดการให้ทุกอย่าง
โอ้ว บร๊ะเจ้า!! ม. 1 ยังไม่เคยอาบน้ำเอง  ผมได้ยินจากปากน้องแล้วแทบสลบ

คนไทยเก่งมากๆ จริงๆนะครับ แต่ว่ายังเก่งในเรื่องวิชาการ ทฤษฎี
ไม่เชื่อก็ดูสิคับ ไทยได้โอลิมปิกวิชาการทุกปีนะครับ  หุๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยยังไ่ม่เก่ง ก็คือ เก่งในเรื่องการนำมาใช้
ยังประยุกต์เองไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ 

ถ้าเมื่อไหร่การศึกษาไทยให้ความสนใจทั้งด้านทฤษฎีและด้านการนำมาใช้ในชีวิตจริง
ตอนนั้นประเทศไทยต้องล้ำหน้ามากกว่าหลายๆประเทศแน่ๆ

 

Comment

Comment:

Tweet

เคยสอนนักเรียนแลกเปลี่ยนมัธยมศึกษาที่ไปอเมริกามาเขาบอกว่าที่ต่างประเทศเวลาเรียนใครอยากจะมีอาชีพอะไรก็จะลงเรียนมุ่งไปทางนั้นการศึกษาเขาเพื่ออาชีพ
แต่การศึกษาเรายังไม่รู้ว่าเพื่ออะไรแน่ 
เรียนตั้งแต่อนุบาลยันมอ 6 บางคนยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าอยากทำอาชีพอะไรอยากเรียนต่ออะไร เรามีแต่อะไรก็ได้  จนพอไปเรียนเวลาผ่านไปถึงมาค้นพบความถนัดความชอบของตัวเอง ซึ่งก็จบปริญญาตรีมาแล้ว สิ่งที่เรียนกับสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ตรงกัน ไปเขมรอ่านตำราเขมรตกใจ  สิ่งที่เรียนกับสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันตรงกันแม่เจ้า นี่เราล้าหลังกว่าเขาหรือ   ไปสิงคโปร์ค่าเงินเขาแข็งเกือบเท่ากับดอลล่าสหรัฐ  ไปญี่ปุ่นคนส่วนใหญ่แม้เขาจะไม่พูดภาษาอังกฤษก็ผลิตเทคโนโลยี ผลิตเอาๆ บ้านเมืองสะอาดคนมีวินัยชาตินิยมเพราะเจ็บปวดจากสงคราม  เป็นเพราะโครงสร้างทางการเมืองหรืออะไร นับวันๆดูเหมือนเรากำลังถอยหลังต่างประเทศไปเรื่อยๆ

#40 By ผ่านมา (112.142.34.255|112.142.34.255) on 2014-03-24 22:21

ตอนนี้อยู่ ปีหนึ่ง แล้วค่ะ
และเพิ่งคิดได้ว่า ที่ผ่านมา ..คิดผิดมาโดยตลอด .. ว่านี่คือเส้นทางที่เราชอบ พอเรียนๆไป มันไม่ใช่ แต่จะหันหลังกลับมันก็ไม่ได้ซะแล้ว ก็เลยต้องก้มหน้าก้มตาเรียนๆๆ ต่อไปค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ

#39 By คานะคุง.. on 2011-09-16 16:53

เป็นคนศรีสะเกษเหมือนกันเลย และเคยเป็นลูกศิษย์ ท่านรองฯนิยม รอดเนียม เหมือนกันค่ะ ^^

เคยเรียนไฮสกูล(555555) ที่ รร ปรางค์กู่ สมัยนั้น(นานมากละ) ท่านรองฯนิยม ยังเป็นรองฯที่ รร ปรางค์กู อยู่เลย

สุดยอดค่ะ..big smile Hot!
ว๊าว~

บทความนี้ดีเยี่ยมค๊า
ข้าพเจ้า ด.ญ.กชกร อมรพิมลธรรม
เป็นนักเรียน รร. ศ.ก.ว.ค่ะ
เป็นลีดด้วย



อ่านบทนี้ แบบโดนค่ะ
อาจารย์เป็นคนแนะนำกะหนูเองว่าให้ลองมาอ่าน

เยี่ยมๆ ค๊า~

#37 By EViiZ (125.26.74.130) on 2010-08-02 19:34

เอ้ย ต้องเป็นทางเดินข้างๆสิsad smile

#36 By mils12 on 2010-07-22 17:35

เป็นเพราะพ่อแม่เขาคงคิดว่าอยากให้ลูกได้งานดีๆมีอนาคตที่ดี จนบางครั้งความหวังดีนั้นกลายเป็นฆ่าลูกเสียเอง ความหวังดีที่วางเส้นทางให้เราเดิน โดยที่ทุกๆก้าวต้องไม่เหลียวมองเส้นทางข้างๆ

บางทีพ่อแม่เขาควรจะให้ลูกเปิดหูเปิดตา กำหนดชีวิตตัวเองบ้าง
เราเองก็เป็นเด็กกวดวิชา เย็นบางวันก็ไปเรียนเพิ่ม เสาร์อาทิตย์ก็ยังมี มันช่วยไม่ได้จริงๆที่การศึกษาไทยมันบีบรัด (แต่ก็เห็นด้วยที่ไม่มีเวลาทบทวนเองsad smile)

Hot! Hot! Hot!

#35 By mils12 on 2010-07-22 17:34

ที่รามไงคับเรียนเพื่อจำคำตอบไปสอบ........จบกัน
sad smile
ในห้องเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครชอบข้อสอบแบบวิเคราะห์กันเท่าไร
เรียนพิเศษรึ...ก็มีเรียนกันเยอะเหมือนกัน
แต่เราไม่ไหว....เรียนแค่ 7 คาบก็ตายแล้วsad smile
ปล.แต่คิดว่าเพื่อนเราน่าจะอาบน้ำเป็นนะ
Hot! Hot! Hot!

#33 By F o ✖ G l o v € on 2010-07-21 21:14

ชอบตรงที่

"แล้วใคร...เป็นคนคิด
พ่อแม่....หรือเธอ?..."

คนที่คะยั้นคะยอให้เรียนน่าจะเป็นพ่อแม่ มากกว่าตัวเรานะครับ

#32 By KC_CRUSH on 2010-07-21 20:54

ต้องพัฒนาทั้ง IQ และ EQ

#31 By (^_^)/nana on 2010-07-21 13:42

Hot!

#30 By Shuu Exteen on 2010-07-21 11:50

น่าจะมีสอนพิเศษศีลธรรมจริยธรรมบ้างนะคะ
เผื่อว่าสังคมไทยจะได้น่าอยู่ขึ้น

#29 By sarujun on 2010-07-21 11:45

นั่นสิ...บางทีเวลาถามความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่สอน ก็รู้สึกเหมือนตบมือข้างเดียวยังไงๆพิกล เหมือนเราต้องป้อนทฤษฎีให้ไปจำเอาอย่างเดียว? แล้วแบบนี้ความเข้าใจมันจะเกิดไม๊เนี่ย sad smile Hot! Hot!

#28 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2010-07-21 03:43

เป็นสิ่งที่ผมเคยบ่นในบล็อกเมื่อสักสองปีก่อนแล้วครับ เรื่องที่ว่าโรงเรียนยัดเยียดการเรียนจนไม่เหลือเวลาพักให้คิด หรือค่านิยมในการเรียนพิเศษมากมาย

ผมเองก็มีน้องชายอยู่ ซึ่งก็มีปัญหาเรื่องเดียวกันนี่ล่ะก็คือ "คิดเองไม่เป็น" คือวิชาการไม่มีปัญหา แต่พออะไรที่ต้องคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์อย่างเรียงความเนี่ย ก็ตีบตันไปหมด

(แต่อย่างน้อยน้องผมก็ไม่ได้เรียนพิเศษมากมายนะ ที่บ่านผมก็ไม่เห็นด้วยเรื่องเรียนมากไปเหมือนกัน)


อยากให้เราเผื่อเวลาในการฝึกให้นักเรียนได้รู้จักคิดมากกว่าจำบ้าง ซึ่งไม่ใช่แค่โยนให้ ผปค เป็นฝ่ายรับผิดชอบอย่างเดียวด้วย ผมคิดว่ามันควรไปพร้อมกันทุกฝ่าย


ปล. มีน้องอยู่ ม1 เลยอินกับบทความนี้เป็นพิเศษครับ
Hot!

#27 By โคค่อน on 2010-07-20 23:32

จริงเต็มๆ เหอะ T___T

#26 By วิหคสีคราม on 2010-07-20 23:18

มันผิดที่
เราต้องเรียนวิชาอื่นที่ไม่ต้องการด้วย
เช่นถ้าเราจะเป็นหมอ
คาบประวัติศาสมันคือการพักผ่อน จริงไหม

ปล.สายวิทย์ ยังต้องเรียน ไทยสังคมดนตรีไทยเกษตร
ถามว่าจำเป็นไหม ก็อาจจะบ้าง แต่ถ้าลดลง มันไม่ถึง7ชม.แน่นอน

#25 By - - (58.11.98.27) on 2010-07-20 21:33

Hot! Hot!

#24 By dp on 2010-07-20 21:20

ดีมากเลยค่ะ

#23 By ดารา บันเทิง (183.89.179.224) on 2010-07-20 20:24

โอย ชอบมากค่ะ โดนมาก

เีราก็ไม่ชอบเหมือนกันพวกที่เอาแต่เรียนๆๆๆ ไอคิวสูงนะ แต่อีคิวมันต่ำไปหรือเปล่า

โยนดาว Hot! Hot! Hot!

#22 By 0000000000 on 2010-07-20 19:42

เรื่องนี้ต้องแก้ที่ระบบการศึกษากันเลย

ผมก็ไม่ได้ชอบเรียนพิเศษนักหรอกครับ

แต่ไม่เรียนแล้วทำข้อสอบไม่ได้wink

#21 By p (182.52.79.217) on 2010-07-20 17:40

อืม...
ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เรียนพิเศษ...
Hot! Hot! Hot!
เพื่อนๆข้าพเจ้าก็...เรียนกันตั้งหลายคน

#20 By Sakujung on 2010-07-20 16:55

ให้เด็กบ้างคนรู้ว่าโอกาสของตัวเองก็ควรรักษาไว้ให้ดี เพราะโอกาสกว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย

#19 By thisischacha on 2010-07-20 16:24

Hot! Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยอย่างมากค่ะ ชอบบทความนี้จังเลย (ว่าแต่ เด็กม.1 อาบน้ำไม่เป็นนั่นจริงเรอะคะ sad smile ดูน่ากลัวนะ...)

จริงๆ การเรียนมันไม่ได้ตัดสินทุกอย่างนะ เรียนเก่งก็ดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ "คิดให้เป็น" ต่างหาก

ที่อยากเสริมอีกอย่างก็คือ คิดเป็นในที่นี้ไม่ใช่การคิด "เอารัดเอาเปรียบ" กัน แต่เป็นการคิดที่มี "คุณภาพ" ต่างหากล่ะค่ะ จะได้ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่

ส่วนตัวรู้สึกสิ้นหวังกับนโยบายการศึกษาแล้วนะ มันคงใหญ่และใช้เวลาเกินไป อีกทั้งขาดความมั่นคงและยั่งยืน ใครเป็นหัวก็สั่งเปลี่ยนๆ ทำให้ผลออกมาเป็นร้ายเ